Monday, May 23, 2005

ความในใจหลังกลับจากญี่ปุ่น

สวัสดีครับ หายหน้าหายตาไปซะนาน ลืมกันไปหรือยังครับ ผมไม่ได้อัพเดทบล๊อกไปนานก็เพราะว่าผมเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทยอยู่ครับ ตอนนี้ก็อยู่เมืองไทยเรียบร้อย อากาศไม่ได้ร้อนอย่างที่คิดไว้ กลับมาถึงก็ฟาดส้มตำ ไก่ย่าง สุกี้MK ไปเรียบร้อยและวันจันทร์ก็พึ่งไปกินโออิชิมาอีก นอกจากนี้ก่อนกลับจากญี่ปุ่นก็เดินสายงานเลี้ยงทุกวัน งานนี้โคเลสเตอรอลถามหาแน่ ก็เลยต้องวางแผนแก้เผ็ดด้วยการกินกระเทียมเยอะๆ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ วันที่25นี้ต้องไปตรวจร่างกายเพื่อไปทำวีซ่าครับ งานนี้เขาบอกว่าเขาจะเอาจริง ถ้าโคเลสเตอรอลเกินสองร้อยเมื่อไหร่ มีปัญหาแน่ ก็เลยต้องเตรียมตัวไว้ก่อนครับ

ครับ ผมอยู่ญี่ปุ่นมาหนึ่งปี ปีนี้ก็เป็นปีที่สอง แต่ปีแรกกับปีที่สองค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก หนึ่งก็คืออยู่คนละเมืองกัน ปีแรกอยู่ที่โตเกียว ปีที่สองอยู่ที่โอซาก้า ก็ได้ประสบการณ์อะไรใหม่ๆมาเยอะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมได้มาจากการไปอยู่ญี่ปุ่นปีที่สองนั้นค่อนข้างจะเหนือความคาดหมายไปซะมากครับ นั่นก็คือ ผมได้เรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกับคนไทยที่อาศัยอยู่มากมายที่โอซาก้า (แทนที่จะเป็นคนญี่ปุ่นกลับเป็นคนไทย)

ความจริงผมก็ไม่ได้เป็นคนกว้างขวางอะไรหรอกครับ แต่ผมคิดว่าไปญี่ปุ่นคราวนี้ได้รู้จักคนไทยที่โน่นเยอะพอสมควร สนิทบ้าง ไม่สนิทบ้าง คนไทยที่ผมรู้จักที่โน่นส่วนใหญ่ก็คือนักเรียนไทยที่มหาวิทยาลัยโอซาก้า นักเรียนไทยเหล่านี้ถือเป็นคนหัวกะทิที่ผมไม่เคยคิดว่าผมจะมีโอกาสรู้จักกันทั้งนั้นครับ ทั้งนักเรียนเหรียญทองแดงคณิตศาสตร์โอลิมปิกหัวก้าวหน้า นอกจากนี้ยังมีคุณหมอเก่งๆอีกหลายคน ทันตแพทย์สุดสวยอีกมาก วิศวกรอนาคตไกลอีกก็เยอะ นักเศรษฐศาสตร์ชั้นดีก็หลายคน นักวิจัยไบโอเทคฝีมือดีๆเยอะแยะ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาญี่ปุ่นอีกเพียบ และเภสัชกรชื่อดังอีกด้วย ทั้งนักเรียนทุนรัฐบาลไทยและทุนรัฐบาลญี่ปุ่น กลุ่มคนเหล่านี้ผมเชื่อมั่นว่าจะต้องกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยได้อย่างแน่นอน และผมก็อยากจะบอกพวกเขาว่าผมยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ ที่ได้ใช้ชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุข สนุกสนานเฮอาบ้างมีปัญหาบ้าง แต่อย่างน้อยผมก็คิดว่าเราคนไทยด้วยกันย่อมต้องมีความรักสามัคคีกันอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเขาเหล่านั้นสามารถเรียนจบกลับมาอย่างราบรื่นและใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นอย่างมีความสุขครับ

2 Comments:

At 8:45 AM, Blogger kazamatsuri_sho said...

หวัดดี ดีนะไม่ได้เขียนว่าหัวรุนแรง อ่านบลอกเราด้วย อัพเดตแล้ว สบายดีป่าว ไม่เห็นออนเอ็มเอสเอ็นเลย

 
At 11:06 AM, Blogger David Ginola said...

โอซาก้ามีคนไทยอยู่เยอะขนาดนี้เลยเหรอครับ? ผมไม่รู้มาก่อนเลยจริงๆ นึกว่าอยู่กันแต่โตเกียว แต่ก็ดีครับ จะได้ไม่เหงากัน

อ่านแล้วเริ่มอยากจะไปเรียนที่ญี่ปุ่นมั่งซะแล้วคับ แต่ภาษาญี่ปุ่นของผมมันไม่มีอดีตและไม่มีอนาคตเสียเลย

พูดได้อยู่ไม่ถึงสิบคำ... โดราเอมอน โนบิตะ ชิซุกะ ซูเนะโอะ อาริกาโตะ 555

ขอให้จบเร็วๆ กลับมาช่วยเมืองไทยกันนะครับ

 

Post a Comment

<< Home