Tuesday, November 22, 2005

Japanese: the world most difficult-to-read language 日本語、世界一読みにくい言語であろう

I have long been fascinated with how writing systems in the world are related. I am so glad I have found the book called "Ideogram: Chinese Characters and the Myth of Disembodied Meaning" by J. Marshall Unger which has one section dedicated to the comprison between cryptograms and pictograms. Interesting enough, what I can first and foremost conclude from this section is that the most difficult language to read is, in fact, Japanese.

Writing systems like Finnish and Spanish are considered nearly ideal phonographies. English and French, which have numerous "irregular spellings," are less perfectly phonographic. Arabic and Hebrew, which usually omit vowel signs, have fewer such regularities but require you to fill in a lot of phonographical information on the basis of your knowledge of the structure of the language; hence, they are even less phonographic. But all systems that use Chinese characters are ipso facto logographic to an extent that alphabetic or syllabic writing systems can never approach. In fact, Japanese is the most logographic writing system of all, because Chinese characters take different readings in Japanese writing depending on the context. Japanese happens to be more logographic than Chinese although some might feel that it should be reversed because Japanese writing also use kana, which are highly phonographic. This is, however, subject to subjective judgement.

According to the paragrapgh above, we can safely say that Japanese is the most difficult language in the world in term of reading.

9 Comments:

At 2:22 PM, Blogger Rose Boonshuen said...

ไม่ได้แวะมาเยี่ยมนานเลยค่ะ...

อ่านที่คุณ steelers เขียน... ชักเริ่มเปลี่ยนความคิดว่าภาษารัสเซียน่าจะยากที่สุดในโลกแล้วนะเนี่ย ทั้ง 4 ทักษะเลย

โครงสร้างภาษาญี่ปุ่นซับซ้อนได้ใจค่ะ กฎเกณฑ์เยอะกว่าภาษาจีนซึ่งเป็นรากเดิมที่ญี่ปุ่นขอยืมและเอามาประยุกต์ใช้ใหม่ด้วยซ้ำ

ถอดใจกับการอ่านภาษาญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ....

 
At 2:28 AM, Blogger Steelers(钢人) said...

สวัสดีครับคุณโรส ไม่ได้เจอกันนานนะครับ ทำไมอ่านที่ผมเขียนแล้วถึงคิดว่าภาษารัสเซียยากที่สุดละครับ ไม่ทรายว่าคุณเคยเรียนภาษารัสเซียเหรอครับ ตามที่ผมรู้มาหลายๆคนพูดกันว่าภาษาฟินแลนด์เป็นภาษาที่ยากที่สุดในโลก
ผมก็เห้นด้วยกับที่คุณโรสพูด แต่ไม่แน่ใจว่าภาษาจีนนั้นเป็นรากเดิมของภาษาญี่ปุ่นหรือเปล่า ส่วนตัวแล้วคิดว่าแค่เป็นต้นแบบของระบบการเขียนเท่านั้น แต่ไวยากรณ์ต่างกันลิบลับ จึงเป็นที่น่าแปลกใจสำหรับผมมากที่ภาษาญี่ปุ่นและภาษาเกาหลีสามารถใช้ตัวอักษรจีนในภาษาตัวเองได้อย่างลงตัว

สุดท้ายนี้ก็ขอสุขสันต์วันเกิดคุณพ่อของคุณโรสนะครับ ขอให้ท่านมีความสุขมากๆครับ

 
At 10:57 AM, Blogger Rose Boonshuen said...

เพิ่งมีเวลาว่างเข้ามาตอบค่ะ ^_^

ภาษาฟินนิชยากเหรอคะ? สงสัยจะจริง ภาษาในกลุ่มประเทศนอร์ดิกใกล้เคียงกันป่าวคะ ญาติที่อยู่ในสวีเดนบ่นว่ายากมั่กๆๆ

เกือบได้เรียนภาษารัสเซียเป็นเรื่องเป็นราว... เริ่มได้แค่ท่องตัวอักษรเท่านั้นเอง แล้วก็จอดสนิททททค่ะ รัสเซียคงยากตรงที่การผันคำมั้ง ผันดะไปหมดเลย ผันทุกอย่างจริงๆ ค่ะ

ไม่ชัวร์เรื่องที่มาของภาษาญี่ปุ่นค่ะ ได้ยินครูเล่าแบบนั้น(ครูมั่วป่าววุ้ย)...คงเป็นอย่างที่คุณ steelers บอกเกี่ยวกับต้นแบบด้านการเขียนเท่านั้น กำลังเริ่มสนใจภาษาเกาหลีค่ะ
เห็นตัวอักษรวงกลมๆ ขีดๆ ลากไปลากมาไม่ซับซ้อนเหมือนของจีน,ญี่ปุ่น เลยอยากเรียน... มีอักษรจีนในภาษาเกาหลีด้วยเหรอคะ ?

ขอบคุณมากๆ สำหรับคำอวยพรให้พ่อค่ะ... ขอพรนั้นย้อนกลับไปที่คุณ steelers ด้วยเช่นกันนะคะ

 
At 5:42 PM, Blogger Steelers(钢人) said...

สวัสดีครับ รู้สึกว่าภาษาฟินนิชจะไม่เหมือนกับภาษาในกลุ่มสแกนดิเนเวียทั่วไปซึ่งจะไปคล้ายกับภาษาในกลุ่ม Germanic ภาษาฟินนิชจะไปคล้ายกับภาษาฮังกาเรี่ยน ลิตัวเนี่ยน(Lithuanian)อะไรเทือกนี้ครับ

ภาษารัสเซียผมก็ได้แค่ท่องตัวอักษรและอ่านได้บางตัวเองครับ ไม่เคยศึกษาไวยากรณ์เลย สงสัยน่าจะยากจริงๆ

สำหรับภาษาเกาหลีนั้น ผมคิดว่าก็น่าสนใจนะครับ สมัยก่อนเขาก็เคยใช้ตัวอักษรจีน ถึงแม้จะมีการผลิตตัวอักษรของตัวเองขึ้นมา แต่อักษรจีนก็ยังเป็นที่นิยมอยู่เนื่องด้วยเหตุผลคล้ายๆกับว่าต้องเอาใจราชสำนักจีน อะไรประมาณนี้ แต่ภาษาเกาหลียังดีกว่าภาษาญี่ปุ่นตรงที่ว่าเขาไม่ใช้อักษรจีนกับคำศัพท์แท้ๆของเขา แต่ญี่ปุ่นเขายังใช้ เพราะฉะนั้นทำให้เกาหลีสามารถเลิกใช้อักษรจีนได้โดยไม่ค่อยมีปัญหานักเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นครับ

สำหรับภาษาเกาหลีนั้น ผมก็เชียร์ให้เรียนนะครับ โดยเฉพาะระบบอักษรเขานั้น ผมคิดว่าเป็นระบบตัวอักษรที่เรียนง่ายที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ภายในครึ่งชั่วโมงก็สามารถอ่านเขียนได้แล้วครับ แต่ไวยากรณ์นี่เป็นอีกเรื่องนึงนะครับ คุณโรสสามารถเข้าไปแวะเยี่ยมบล๊อกuri bul lok และ blueseabluesky ที่ผมแอ๊ดไว้ข้างๆ เพราะเจ้าของบล๊อกนั้นเชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศเกาหลีมาก

แล้วถ้าคุณโรสมีพื้นฐานภาษาจีนและญี่ปุ่นมาแล้ว ผมว่าเรียนภาษาเกาหลีได้ไม่ยากครับ โดยเฉพาะคำศัพท์ที่เกาหลียืมเอามาใช้จากจีน มีเยอะมากมาย ซึ่งมีคำอ่านคล้ายๆกัน และแน่นอนว่าสามารถเขียนได้ด้วยอักษรจีน เช่น 国際 จีนอ่านว่า กั๋วจี้ ญีปุ่นอ่านว่า โคะคุไซ เกาหลีอ่านว่า กุกเจ เริ่มต้นจากตรงนี้ก่อนน่าจะทำให้เรียนภาษาเกาหลีง่ายขึ้นครับ

 
At 1:15 AM, Blogger Mr. Weird said...

แวะเข้ามาทักทาย เช่นกัน
อ่าน บทความของ คุณ คนเหล็กแล้ว ก็ได้ แต่ อืมมม
เป็นงานเขียนที่ น่าสนใจมาก หันกลับมามองของตัวเอง
ก็ เอ่อๆๆๆ ทำไมของเรามันไร้สาระจิง

 
At 9:15 PM, Anonymous Anonymous said...

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ ผมเองก็เขียนอะไรไปเรื

 
At 5:02 PM, Anonymous POL_US said...

ท่าน ..... ว่างเว้นนานเลย ..... ระวังยุงวางไข่ในบล๊อกนะครับท่าน ...

 
At 5:17 AM, Anonymous Anonymous said...

ภาษารัสเซียยากที่สุด 19 ชนิดของคำ 3 เพศ 6 การก แค่ผันการกก็วุ่นวายแล้ว แม้แต่ชื่อคนยังต้องผันตามการกทั้งชื่อและนามสกุล การฟังก้อยากมาก เพราะคนใช้ ใช้ทั้งสำเนียงรัสเซียน และ ยูเครเนียน เบลารุส แค่ฝึกอ่านตัวอักษรด้วยตัวเองอะไม่รู้หรอก ถ้าได้ฟังคนรัสเซียพูดแล้วจะรู้ว่าต่างกันมาก เรียนรัสเซียมันไม่เหมือนภาษาอื่นๆ ถ้าเราไม่ฝึกกับเจ้าของภาษาก็ไม่มีทางชำนาญได้ แต่ถ้าได้ภาษารัสเซียแล้ว จะได้อีกหลายภาษาเลย ไม่ว่าจาเปน ยูเครน มองโกล และ อื่นๆที่ใช้อักษรซีรีลลิกเป็นพื้นฐาน

 
At 3:54 AM, Anonymous Anonymous said...

เป็น blog ภาษารัสเซีย และการแปลภาษารัสเซีย ที่ดีจริงๆครับ

 

Post a Comment

<< Home